กระดานสนทนาคาทอลิก
Ѹ¹ 09, 2010, 08:35:05 AM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว: 10 ปี เวบไซต์อัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ  www.catholic.or.th 9 กรกฏาคม 2010
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: เยี่ยมคารวะสักการะสถาน นักบุญยอห์น วีอาเนย์  (อ่าน 452 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
peter
Global Moderator
Full Member
*****
กระทู้: 205


ดูรายละเอียด
« เมื่อ: Ҿѹ 24, 2010, 10:25:29 AM »

แบ่งปันประสบการณ์ มีคนส่งมาให้ที่เมลล์ครับ ได้ความรู้ดีครับ

เยี่ยมคารวะสักการะสถาน นักบุญยอห์น วีอาเนย์
สังฆมณฑลชาลีออน ประเทศฝรั่งเศส
โดย สายัณห์ทัวร์ (เจ้าเก่า)
   
สวัสดีครับคุณผู้อ่านที่เคารพ พบกันอีกครั้งในอิสระรายเดือน หลังจากที่ผมได้ร่ำลาจากสนามรบอิรัก เมื่อ 3 ปีที่ผ่านมา
ปัจจุบันผมเป็นข้าราชการพลเรือนของกองทัพบกสหรัฐ ไม่ต้องเดินทางเข้าสนามรบที่อิรักหรืออัฟกานิสถาน ผมประจำอยู่ที่ประเทศเยอรมนีครับ
สายัณห์ทัวร์ ไม่ได้ล้มเลิกกิจการ เพราะขาดทุนหรือโดนพายุเศรษฐกิจกระหน่ำจนต้องปิดบริษัทหนีหนี้ครับ
วันนี้ผมจะพาคุณผู้อ่านไปเยี่ยมคารวะสักการะสถาน นักบุญยอห์น วีอาเนย์ สังฆมณฑลลีออน ประเทศฝรั่งเศส (SHRINE OF ARS, LYON, FRANCE) ซึ่งห่างจากบ้านพักของผมประมาณ 550 กิโลเมตร

ก่อนที่ผมจะพาขึ้นรถทัวร์ ผมขออนุญาตคุณผู้อ่าน เปิดเผยความในใจและสาเหตุแห่งการไปเยี่ยมคารวะสักการะสถานของคุณพ่อยอห์น สักเล็กน้อย จะได้เป็นเกร็ดความรู้ และเพิ่มพูนรสชาติในการท่องเที่ยวไปกับสายัณห์ทัวร์ (เจ้าเก่า)

เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาผมไปร่วมฉลองมิสซากับลูกวัดท่านอัครเทวดาไมเคิ้ลในละแวกบ้านพักผม คุณพ่อเจ้าวัดชักชวนเราให้ไปเยี่ยมคารวะสักการะสถานคุณพ่อยอห์นในฝรั่งเศส ท่านไปมาแล้ว รู้สึกประทับใจ ฟื้นฟู ความเชื่อ ความศรัทธาได้กำลังมากโข เพราพ่อจอห์นเป็นองค์อุปถัมภ์ของพระสงฆ์ ผมฟังแล้วก็ตื่นเต้นนิดๆ เพราะเคยรู้เคยได้ยินว่า พ่อจอห์นเป็นนักบุญ ร่างกายไม่เน่าเปื่อย เสื่อมสลาย ตอนเป็นเณรมีปัญหาเรื่องการเรียน แต่ความศรัทธาของท่านมากล้นเหลือ พระเป็นเจ้าทรงเมตตาประทานอัศจรรย์ผ่านท่าน ชื่อเสียงโด่งดังเป็นประจักษ์พยานในพระเมตตาของพระผู้สร้างและพระมารดามารีอา ทุ่มเทพลังจิต พลังกายรับใช้พระองค์จนสิ้นลมขึ้นสวรรค์ พระศาสนจักรแต่งตั้งเป็นนักบุญ วันฉลองคือวันที่ 4 สิงหาคมของทุกปี

มิสซาเลิกผมก็กลับบ้านพักโทรไปคุยกับคุณพ่อทิวา น้องชายที่ประจำอยู่ที่วัดคลองลาน กำแพงเพชร พ่อทิวาฟังแล้วก็บอกว่าถ้าพี่ไปก็เขียนเรื่องเล่ามาเพราะปีนี้เป็นปีพระสงฆ์ พี่ยอห์นเป็นองค์อุปถัมภ์ของพระสงฆ์ คุยกันเสร็จผมก็เข้าอินเตอร์เน็ตคุนคว้าประวัตพ่อยอห์นและที่อยู่ของสักการะสถานของคุณพ่อ ยิ่งอ่านก็ยิ่งทึ่งในตัวคุณ
นักบุญยอห์น วีอาเนย์ (ST.JEAN-BAPTISE MARIE BIANNEY) เกิดเมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม ค.ศ. 1786 (223 ปีที่ผ่านมา) สิ้นลมขึ้นสวรรค์เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม ค.ศ.1859 (150 ปีทีผ่านมา) ท่านเป็นลูกของคุณพ่อ แมทธิว วีอานเนย์ (MATTHIEW VIANNEY) และคุณแม่มารี บีลูส (MARIE BELUZE) เกิดในหมู่บ้านดาร์ดิลี่ (DARDILY) ใกล้เมืองลีออน (LYON) ประเทศฝรั่งเศส

คุณพ่อคุณแม่เป็นชาวนา ท่านเกิด 3 ปีก่อนการปฏิวัติครั้งใหญ่สุดในฝรั่งเศส เมื่อการปฏิวัติดำเนินขึ้น พวกคุณพ่อนักบวชโดนเบียดเบียนอย่างหนัก ต้องแอบหลบซ่อนทำมิสซา สอนคำสอน ลำบากกันทั้งประเทศ ตัวคุณพ่อจอห์นเองก็ถูกเกณฑ์เป็นทหารในรัชสมัยของพระเจ้านโปเลียนมหาราช ซึ่งกำลังทำสงครามกับสเปน วันรายงานตัวที่กรมทหารพ่อจอห์นไปสวดในวัดปรากฏว่าสวดเพลิน ออกจากวัดเพื่อนทหารเดินทางไปกันหมดแล้ว ผู้บังคับบัญชากองร้อยไม่เอาเรื่อง เพราะเชื่อว่าสวดติดลมจริง มีคำสั่งให้เดินทางไปกับทัพ พ่อจอห์นเดินไปจนตกค่ำ เจอกับหนุ่มคนหนึ่งที่อาสาจะนำทางให้ หนุ่มคนนั้นดันพาไปยังที่ซ่อนตัวของพวกหนีเกณฑ์ แถมนายอำเภอแนะนำให้อยู่ที่นั่นซะอีก ท่านอยู่ได้ 14 เดือนก็ติดต่อทางบ้านแจ้งเรื่องราวให้รู้ บิดาของท่านบอกให้ไปมอบตัวกับทางการ แต่น้องขายของพ่อจอห์นขออาสาสมัครแทนพี่ เรื่องราวก็เลยสิ้นสุดลงด้วยดี

คุณพ่อจอห์นเข้าบ้านเณรเตรียมจะบวช แต่พื้นฐานไม่ดีเพราะว่าไม่ได้เรียนเหมือนเด็กทั่วไป แถมมีเรื่องทหารเข้าอีก เรียนสอบตกต้องซ่อมกันหลายวิชา อาจารย์ช่วยลากช่วยเข็น บางทีก็ให้ผ่านเพราะได้คะแนนสงสาร รู้ว่าลุยเต็มที่แล้วแต่มันไม่ไหวจริงๆ ลาตินเป็นภาษาทางการของพระศาสนจักร ปรัชญา ศาสนพิธี ฯลฯ พ่อจอห์นติดแหงก ได้บวชเป็นพระสงฆ์เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 1813 อายุ 27 ปี พระสังฆราชไซม่อน (Bishop Simon) เป็นผู้ประกอบพิธีที่เมืองเกรโนเปิ้ล (GRENOBLE) (สายัณห์ทัวร์ : ในห้องนอนของพ่อจอห์น มีตู้หนังสืออยู่ 1 หนึ่งตู้ใหญ่เหมือนตู้ใส่เสื้อผ้า หนังสือแน่นเต็มเอียด เป็นพยานให้กับท่านที่ไขว่คว้าหาความรู้นอกห้องเรียน)
คุณพ่อจอห์นเดินทางไปรับตำแหน่งเจ้าอาวาสเมืองอารัสในสังฆมณฑลลีออนเมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 1818 ศัพท์ฝรั่งเศสก็คือ CRUÉ OF ARS แปลเป็นไทยก็คือ “ผู้รักษาเยียวยาวิญญาณของเมืองอารัส”
พ่อจอห์นไปเห็นวัดก็แทบจะลมจับ วัดถูกทอดทิ้งและกลายเป็นที่พบปะชุมนุมของกลุ่มหัวปฏิวัติ ลูกวัดส่วนใหญ่ ชุลมุนวุ่นวายกับการทำไร่ ทำนา ทำมาหากินเลี้ยงปากเลี้ยงท้อง สนุกสนานรื่นเริงไปวันๆ
คุณพ่อจอห์นถลกแขนเสื้อ แล้วจัดการปัดถู ตกแต่งวัดให้สมกับการที่เป็นที่ประทับของพระเป็นเจ้า พระมารดามารี ประกอบพิธีมิสซาทุกวันพบปะลูกวัดทุกคน เทศน์และฟังแก้บาป เชิญชวนให้ทุกคนกลับวัด ทำตัวเป็นคาทอลิกที่ดี วัดที่รกร้างก็เริ่มจะกลับมาแออัด เพราะลูกวัดเห็นถึงความศรัทธา ความจริงใจ เมตตาปรานีของคุณพ่อจอห์น สมกับเป็น “ผู้รักษาเยียวยาวิญญาณของเมืองอารัส”
กิตติศัพท์ชื่อเสียงของคุณพ่อจอห์น ก็เริ่มขยายกว้างไปในทุกท้องถิ่นของฝรั่งเศส ความศรัทธา ความถ่อมตน ความมีเมตตาปราณี และอัศจรรย์ที่พระเป็นเจ้าทรงกระทำผ่านคุณพ่อจอห์นในด้านร่างกาย ด้านวิญญาณ ก็กลายเป็นแม่เหล็กดึงดูดฝูงชนให้มารับศีลแก้บาปกับคุณพ่อ
ในปี ค.ศ. 1855 มีบันทึกว่า พ่อจอห์นทำพิธีแก้บาป 10,000 ครั้ง ปีต่อๆ มา 70,000 ครั้ง เพิ่มเรื่อยๆ พ่อจอห์นฟังแก้บาปวันละ 14-16 ชั่วโมง อาหารหลักของคุณพ่อ คือ มันต้ม (BOILDED POTATO)
พ่ออดอาหาร พลีกรรมสวดมนต์ภาวนาตลอดอายุ มีความรักความศรัทธากับพระเป็นเจ้า พระแม่มารี และท่านนักบุญยอแซฟ
ความสัมพันธ์ของท่านกับพระเยซูคริสตเจ้าพระผู้ไถ่มีผลทำให้ร่างกายของท่านเมื่อสิ้นลม ไม่เน่าเปื่อย เสื่อมสลาย เพราะท่านเชื่อว่าท่านรับพระกายของพระเป็นเจ้าในพิธีมิสซาทุกครั้ง เป็นอัศจรรย์ให้ชาวโลกได้รู้เห็นทุกวันนี้ครับ
ปี 1855 มีคนบันทึกไว้ว่า มีคนจาริกแสวงบุญที่อารัสประมาณ 100,000 คน วัดแน่นล้น คอยแก้บาปกับพ่อกันเป็นวันๆ
พระสังฆราชและผู้หลักผู้ใหญ่ของพระศาสนจักร เห็นฝูงชนมหึมาแห่กันมาให้พ่อจอห์นโปรดบาปกันแบบข้าววันข้ามคืน ก็มีประกาศให้พ่อจอห์นงดเข้าเงียบส่วนตัว ลุยแก้บาป  สนองความต้องการของศาสนิกชน
พ่อจอห์นนอกจากจะเยียวยารักษาวิญญาณแล้ว ยังได้เปิด “บ้านพระสงเคราะห์” (MAISON DE LA PROVIDANCE) ให้กับเด็กหญิงกำพร้าอีกด้วย ท่านเปิดเมื่อปี 1824 แล้วก็มีสุภาพสตรีชื่อ แคทริน ลาซาล (CATHERINE LASSAGNE, 1806-1883) เป็นผู้ดูแลบริหาร
บ้านพระสงค์เคราะห์นี้ต่อมาได้ถูกปิด (เพราะเหตุผลทางการเมือง) คุณพ่อจอห์นเสียใจมาก แต่ในความเสียใจ ผิดหวังของท่าน บ้านพระสงเคราะห์วิธีการบริหารและการสอนหลักศาสนธรรมซึ่งท่านได้เริ่มต้น ก็กลายเป็นแบบฉบับของสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าของประเทศฝรั่งเศสในภายหลัง
อัศจรรย์ที่พระเป็นเจ้าทรงกระทำผ่านนักบุญจอห์น สามารถจัดแบ่งได้เป็น 3 อย่างครับ
1. การหาเงินมาเลี้ยงดู สนับสนุนโครงการทำบุญหลายโครงการของท่าน และบ้านพระสงเคราะห์
2. สามารถมองเห็นถึงอดีตและอนาคต
3. รักษาคนเจ็บป่วยโดยเฉพาะเด็กๆ
คุณพ่อจอห์นสิ้นลม ขึ้นสวรรค์เมื่อเวลาตี 2 ของวันที่ 4 สิงหาคม 1859
8 มกราคม 1905 ได้เป็นบุญราศี ประกาศแต่งตั้งโดยพระสันตะปาปาปีอุสที่ 10 (POPE PIUS X)
31 พฤษภาคม 1825 เป็นนักบุญ ประกาศแต่งตั้งโดยพระสันตะปาปาปีอุสที่ 11 (POPE PIUS XI)
1929 พระสันตะปาปาปีอุสที่ 11 ประกาศแต่งตั้งเป็นนักบุญองค์อุปถัมภ์ของพระสงฆ์เจ้าวัด
2009 พระสันตะปาปาเบเนดิ๊กที่ 16 (POPE BENEDICT XVI) ประกาศแต่งตั้งเป็นองค์อุปถัมภ์ของพระสงฆ์และปี 2009 เป็นปีพระสงฆ์ และครบรอบฉลอง 150 ปีของการเสียชีวิตของท่าน
4 สิงหาคม ของทุกปีเป็นวันฉลองรำลึกถึงท่าน

คุณผู้อ่านครับ นี่ก็คือประวัติย่อๆ ของคุณพ่อจอห์นวีอานเนย์ ผมยังมีของดีฝากคุณผู้อ่านเกี่ยวกับพ่อจอห์นครับ
นักบุญจอห์น วีอานเนย์ มีนักบุญอุปถัมภ์ของท่านซึ่งชาวฝรั่งเศสรู้จักกันแต่สำหรับพวกเราคาทอลิกที่เมืองไทยอาจจะไม่รู้จัก ท่านผู้นี้คือ นักบุญมรณะสักขี “ฟิโลมีนา” (PHILOMENA, VIRGIN AND MARTYR) ซึ่งท่านบอกว่าอัศจรรย์ต่างๆ ที่ผู้คนเข้าใจว่าพระเป็นเจ้าทรงกระทำผ่านท่านนั้น จริงๆ แล้วเป็นอัศรรย์ที่พระเป็นเจ้าทรงกระทำผ่านนักบุญมรณะสักขีฟิโลมินา สาวรุ่นอายุ 13 ปี เจ้าหญิงแห่งประเทศกรีกยุคโบราณเมื่อ ศตวรรษที่ 3 (10 มกราคม 291 - 10สิงหาคม 304)
เรื่องราวประวัติของท่านนักบุญมรณะสักขีฟิโลมินานี้ได้ถูกเปิดเผยขึ้นเมื่อปี 1805 เมื่อที่ฝั่งศพใต้ดินของบรรพชนพวกเราในกรุงโรมได้ถูกค้นพบโดยนักโปราณคดี ที่ “สุสานใต้ดินแห่งเพรสซิล่า” (CATACOMES OF PRISCILLA)
นักโบราณคดีขุดเจอกระดูกของสาวรุ่นซึ่งเชื่อว่าเป็นมรณสักขี ใกล้ที่ฝังศพมีลายสลักอักษรเป็นภาษาละติน (FILUMENA) แผลงเป็นอังกฤษคือ ฟิโลมิน่า (PHILOMENA)
อัฐิของท่านได้ถูกอัญเชิญไปไว้ที่วัดชื่อ “แม็กนาโน ดิ คาร์ดินัล” (MAGNANO DEL CARDINALE) แล้วอัศจรรย์ก็เกิดขึ้นมากมาย ฝูงชนก็เริ่มรู้จักท่าน
   21 ธันวาคม 1833 พระศาสนจักรประกาศรับรองประวัติของท่าน ที่ซิสเตอร์มาเรีย หลุยซา ดิ ฮีซุ (SISTER MARIA LUISA DI GESU, 1799-1875) แห่งคณะดอมินิกัน เขตเมืองเนเปิ้ลส์ ประเทศอิตาลี (NAPLES, ITALY)  ได้เปิดเผยว่าท่านนักบุญมรณสักขีประจักษ์ให้ท่านเห็นและเล่าให้ฟังดังนี้ครับ
   นักบุญมรณสักขีฟิโลมิน่า เป็นพระธิดาของกษัตริย์กรีก และมเหสีที่ทรงกลับพระทัยนับถือคริสต์ศาสนา เมื่อเจ้าหญิงฟิโลมิน่าทรงพระชนม์พรรษ 13 ปี พระองค์ก็ทรงถวายศีลพรหมจรรย์แด่พระเป็นเจ้า
   เมื่อจักรพรรดิดิโอเคลเซี่ยน (EMPEROR DIOCLETION) ของอาณาจักรโรมขู่จะทำสงครามกับบิดาของเธอ พระบิดาเสด็จไปกรุงโรมเพื่อขอแสดงสันตวไมตรีพร้อมด้วยพระราชวงศ์ จักรพรรดิดิโอเคลเซี่ยนทรงเห็นเจ้าหญิงก็ลุ่มหลงรักขอแต่งงาน เจ้าหญิงปฏิเสธ จักรพรรดิดิโอเคลเซี่ยนทรงพิโรธ สั่งลงทัณห์ด้วยวิธีมหาโหดดังนี้ครับ
   1. แส้เฆี่ยนตัว แต่พระเป็นเจ้าทรงส่งเทวดาสององค์มารักษาแผลแบบทันตา
   2. ยิงด้วยลูกธนู ชุดแรกบาดแผลหาย ชุดที่ 2 ลูกศรผิดเป้า ชุดที่ 3 ลูกศรย้อนกลับไปฆ่าคนยิง 6 คน มีผลทำให้ชาวบ้านคนดูพากันเปลี่ยนใจเป็นคริสตชน แทนที่จะหยุดยั้งคิด
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.11 | SMF © 2006-2009, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!