กระดานสนทนาคาทอลิก
Ѹ¹ 09, 2010, 06:19:26 PM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว: การสมัครสมาชิก "กระดานสนทนาคาทอลิก" สามารถแจ้งความจำนง ได้ที่ thawatchai@catholic.or.th ครับ (โดยแจ้ง ชื่อ user, passwd, email มาที่เมลดังกล่าวได้เลยครับ
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1] 2 3 ... 10
 1 
 เมื่อ: วันนี้ เวลา 05:43:28 PM 
เริ่มโดย peter - กระทู้ล่าสุด โดย peter
วัดแม่พระฟาติมา  ดินแดง

ขอเชิญร่วมมิสซาเทิดเกียรติแม่พระ   

วันจันทร์ที่  13  กันยายน   เริ่มเฝ้าศีลมหาสนิทตั้งแต่เวลา  15.00  น.

และแบ่งปันประสบการณ์ชีวิต โดยคุณศิริโรจน์  ชาวปากน้ำ

ประธานพิธีมิสซาบูชาขอบพระคุณโดยคุณพ่อพิชาญ     ใจเสรี 

 2 
 เมื่อ: วันนี้ เวลา 01:03:50 PM 
เริ่มโดย Petervich - กระทู้ล่าสุด โดย bookcosmo
ที่เอแบคมิสซาภาษาอังกฤษวันธรรมดา 5 โมงเย็นใช้เวลาเพียง 20 นาทีเท่านั้นเอง ก็เร็วดีนะ

 3 
 เมื่อ: เมื่อวานนี้ เวลา 04:45:47 PM 
เริ่มโดย patoona - กระทู้ล่าสุด โดย patoona
ขอเชิญพี่น้องร่วมฉลองท่านนักบุญมัทธิว (ทุ่งลูกนก)
วันเสาร์ที่ 25 กันยายน 2553
เวลา 10.30 น
คุณพ่อสุพัฒน์ หลิวสิริ

(อย่าลืมมาให้กำลังใจกับวัดเล็กๆของพวกเราด้วยนะค่ะ)

*patoona*




 4 
 เมื่อ: เมื่อวานนี้ เวลา 10:33:01 AM 
เริ่มโดย peter - กระทู้ล่าสุด โดย peter
ขอคำภาวนาให้คุณหมอ ยอแซฟ บุญนำ ชัยวิสุทธิ์ คุณหมออายุ 53 ปี เป็นมะเร็งที่ตับอ่อน ระยะสุดท้าย  หากเป็นน้ำพระทัยของพระเป็นเจ้า ขอให้คุณหมอหายจากโรคมะเร็ง เพื่อเป็นพยานถึงความรักและพระเมตตาของพระองค์ค่ะ  
ขอบพระคุณค่ะ


 5 
 เมื่อ: Ѹ¹ 07, 2010, 07:10:30 PM 
เริ่มโดย Petervich - กระทู้ล่าสุด โดย Petervich
 ยิ้ม เจ๋ง                       เรื่องมิสซา 15 นาทีในประเทศไอร์แลนด์ ดังไปทั่วโลก

           คนที่เห็นว่าเป็นโอกาสดีที่พวกตนจะได้ร่วมพิธีมิสซาก่อนไปทำงานหรือไปเรียนก็ชอบใจมาก  แต่ที่คนเกิดความไม่แน่ใจว่าเรื่องช่วงมิสซาจะหยุดที่ 15 นาทีหรือไม่กลับไม่ใช่จะเห็นด้วยทุกคน ยิ่ง  เกิดมีพระสงฆ์บางองค์เก่งกล้าขนาดกล้าประกาศว่า มิสซาของตนนั้นใช้เวลาน้อยกว่า 10 นาที คือไม่ถึง 10 นาทีว่างั้นเถอะ  คาทอลิกไอร์แลนดอ้าปากค้าง แทบไม่เชื่อ”สายหู”  มันยังไงกันนี่ ทำได้อย่างที่พูดจริงหรือ น่าสงสัย

          ก็มีเรื่องเปิดเผยออกมาจากนักท่องเที่ยวจากประเทศอื่น  เดินทางไปไอร์แลนด์เร็วๆนี้  ระหว่างไปพักผ่อนวันหยุดที่ไอร์แลนด์   Leila กับผม ( ผมที่เล่าเรื่องนี้คือ Phil Lawler ผู้สามี) เดินช่วงสั้นๆไปวัดท้องถิ่นในเช้าวันเสาร์เพื่อร่วมมิสซา  ประสบการณ์เป็นสิ่งเห็นแจ้งชัด  พระสงฆ์สวดทุกบทภาวนาด้วยความรวดเร็วแบบสายฟ้าแลบที่ผมสรรหาคำพูดออกมาไม่ได้  ผู้ร่วมมิสซาก็ตอบรับคำภาวนาทันอกทันใจ  ผมเองสวดบทข้าแต่พระบิดาไม่ทันเขา  ก่อนนั้นบทอ่านต่างๆก็อ่านลวกๆ ไม่มีเทศน์  มิสซาใช้เวลาเพียง 11 นาทีจบ.

          เราพยายามไปวัดนั้นอีกเช้าวันอาทิตย์ แต่ไม่ได้อ่านสารวัดละเอียด  คิดว่าไปวัดก่อนเวลากำหนดมิสซาตั้ง 5 นาที  แต่เราไปช้าตั้ง 25 นาที มิสซาวันอาทิตย์เสร็จแล้ว! โชคดีที่มีวัดอีกแห่งหนึ่งไม่ไกลนัก  แต่มิสซาดำเนินเร็วพอๆกัน และการเร่งรีบจบมิสซาเร็วแบบนี้ทำให้เราแทบช็อค.

          เมื่อผมคุยประสบการณ์นี้กับเพื่อนคนไอริช  เขาทำท่าประหลาดใจเล็กๆ  มิสซา 11 นาทีนั้นเขาเห็นด้วยว่าเป็นสิ่งออกจะผิดปกติ  แต่ในประเทศไอร์แลนด์ พิธีกรรมต่างๆจะดำเนินไปตามแผนเร่งด่วน  สัตบุรุษเองก็ชอบ”ไปมิสซา”เร็ว  และจะหลีกเลี่ยงวัดที่พระสงฆ์ทำพิธีนานเกินไป  ระหว่างมหาพรต เพื่อนบอกผมว่าพระสงฆ์ไอริชองค์หนึ่งมีคนลือว่าขลิบมิสซาวันธรรมดาเหลือน้อยกว่า 10 นาที  เพื่อจะเป็นการสะดวกสำหรับสัตบุรุษจะได้ไปร่วมมิสซาทุกวัน.

          โดยปกติ  ผมไม่อยากออกความเห็นแรงๆเกี่ยวกับระยะเวลาพิธีกรรม  บางคนพูดได้เร็วกว่าคนอื่น  ไม่มีความเร็ว”ถูกต้อง”ใดสำหรับการอ่านหรือสวดสาธารณะ  แต่ก็ยังมีการจำกัดที่มีเหตุผล  เมื่อมิสซากำลังดำเนินอยู่ด้วยความเร็วแบบสายฟ้าแลบและไม่เปิดโอกาสให้สะท้อนพิจารณาสิ่งที่ได้ยิน ผลก็คือรู้สึกเสียกำลังใจ.

          ข้อความจากพระคัมภีร์มีอะไรบางอย่างจะพูดกับเราทุกวัน  ใช่ คุณอาจได้ฟังบทอ่านนั้นมาก่อน แต่ควรฟังอย่างตั้งใจและรำพึงข้อความนั้นๆ ก็จะได้ภาพใหม่ๆ -- แต่เพียงเรามีเวลาฟังและย่อยคำเหล่านั้น  บทมิสซานั้นเป็นคำสอนยิ่งใหญ่ เป็นการระลึกความทรงจำของพลีบูชาที่กำลังดำเนินอยู่  คำของมิสซาควรดลดาลใจให้เกิดความคารวะและความน่าเกรงขาม  แต่ไม่สามารถเป็นเช่นนั้นได้ถ้าเร่งความเร็วลิ่วไปตั้งแต่เริ่มบทมิสซา  โดยการเร่งรีบพิธีด้วยก้าวย่างแบบอลหม่าน  ผู้เข้าวัดจำนวนน้อย – ซึ่ง  ผมกะเอาเอง  คงไม่ใช่แบบอย่างประสบการณ์ของคาทอลิกไอริช – คือกำลังเสี่ยงขบวนการทางแม็คคานิคไปสู่มิสซา  ทัศนคติที่พิธีกรรมเป็นอะไรบางอย่างที่จะให้ผ่านไปเร็วๆเท่าที่จะทำได้นั้น ไม่ควรเป็นแบบนั้น

          คริสตชนอยู่ภายใต้ระเบียบเคร่งขรึมที่จะให้เกียรติวันพระ  เป็นความจริงที่จะคิดว่า ครอบครัวจะรวมกันวันหนึ่งในเหตุการณ์ที่กินเวลาเพียง 25 นาทีงั้นหรือ?  ระหว่างมหาพรตเราถูกเรียกร้องให้ทำพลีกรรมพิเศษ  พระสงฆ์เจ้าวัดนั้นจริงๆแล้วกำลังกระตุ้นความเจริญเติบโตทางจิตใจ  ถ้าท่านตัดช่วงเวลามิสซาประจำวันให้สั้นลง เพื่อลูกวัดสามารถมามิสซาโดยไม่ต้องทำพลีกรรมใดๆทั้งสิ้นอย่างนั้นหรือ?

          พิธีมิสซาเป็นกิจกรรมของความรัก  ความรักที่แสดงออกอย่างรีบร้อน ตามองนาฬิกา  เป็นความรักที่ไม่ช้าก็จะเย็นชาลงใม่ช้าก็เร็ว.

คำวิจารณ์ :

          ที่ว่ามิสซาใช้เวลาเพียง 10 นาทีหรือไม่ถึง 10 นาทีนั้นพูดเกินจริงไปหน่อยกระมัง?  เคยได้ยินว่า พระสงฆ์บางวัด(อย่างที่กล่าวมาก่อนนั้น)ทำมิสซาใช้เวลาประมาณ 15 นาทีนั้นพอรับได้และทำได้แน่หากจะดูคู่มือมิสซา  น้อยกว่านั้นคงอ่านหรือสวดไม่ใช่ภาษามนุษย์( คงเป็นภาษาเทวดา ) ไม่ว่าชาติไหนนะคุณพี่ Phil

          ใครมีรายละเอียดชัดเจนกว่านี้ กรุณานำมาแบ่งปันด้วย สนใจมาก !

           ขอบอก – สมัยผมเป็นเด็กช่วยมิสซาคุณพ่อทำมิสซาเป็นภาษาลาตินนั้น  ท่านสวดเร็วมาก  และมิสซาก็จบเร็ว  เนื่องจากมีแจกศีลด้วย  รวมเวลาแล้วน่าจะประมาณ 25 นาที  ผมว่าแจ๋วมากครับ  เสียดายท่านนั้นพระยกไปนานแล้ว และเราก็ไม่มีใครทำมิสซาลาตินอีก  หรือมีครับ?

                 Qui tacet consentit  ---  Ad Majorem Dei Gloriam

                                      Alan    Petervich 


 6 
 เมื่อ: Ѹ¹ 07, 2010, 03:01:40 PM 
เริ่มโดย Petervich - กระทู้ล่าสุด โดย Andreas
ขอบคุณบทความดี ๆ จากคุณลุง Petervich มาก ๆ ครับ ผมคิดว่ามิสซา 15 นาที เมืองไทยทำได้แน่นอนครับ ขึ้นกับตัวพระสงฆ์แต่ละท่านเอง เพราะถ้าไม่ตัดส่วนที่สำคัญของมิสซาออกไป แต่ส่วนที่จะตัดหรือทำให้กระชับได้ก็คือการร้องเพลงและการเทศน์ ปกติมิสซาวันธรรมดาก็จะใช้เวลาประมาณ 30 นาทีเป็นอย่างมาก ถ้าพระสงฆ์เร่งสปีดการสวดขึ้นอีกนิดนึงให้กระชับไม่ยืดยาน ไม่ร้องร้องเพลง ใช้การสวดจากบทเพลงสั้นๆ ในหนังสือบทอ่านแทน ทำมิสซาภายใน 15 นาทีก็มีความเป็นไปได้ครับ คริสตชนจะได้อยากมาร่วมมิสซาทุกวันเพื่อนรับฟังพระวาจาพระเจ้า และรับศีลมหาสนิทเป็นอาหารหล่อเลี้ยงจิตวิญญาณทุกวัน

 7 
 เมื่อ: Ѹ¹ 06, 2010, 03:26:14 PM 
เริ่มโดย peter - กระทู้ล่าสุด โดย peter
ขอคุยด้วยคน
จตุรพิธ ชมพูนุท

สำหรับคริสตชนไม่มีคำว่า “บังเอิญ”  สิ่งดีทุกสิ่งพระเจ้าทรงจัดเตรียมไว้ และจะประทานให้ในเวลาที่เหมาะสม

เที่ยงวันพุธที่ ๑ กันยายน ๒๐๑๐ คุณสกุณา แจ่มใส พาน้องศักดา อายุ ๔ เดือนนั่งเรือข้ามฟากจากหน้าอำเภอบางปะอิน อยุธยา พอถึงกลางแม่น้ำ เรือบรรทุกน้ำมันพุ่งเข้าชนจนเรือล่ม
คุณสกุณาอุ้มน้องศักดา พอเรือล่ม ตนเองหล่นลงน้ำที่ไหลเชี่ยว ทั้งว่ายน้ำไม่เป็น และลูกก็หลุดมือ ในเสี้ยววินาทีแห่งความตาย มีห่วงชูชีพหล่นลงมาตรงหน้า มือหนึ่งคว้าห่วงชูชีพอีกมือหนึ่งควานหาลูกพบพอดี จึงรอดตายทั้งแม่และลูก นี่ไม่ใช่เหตุบังเอิญ แต่เป็นอัศจรรย์

คุณตาประสาท ถูกรถมอเตอร์ไซค์ชนจนต้องใส่เฝือกขาขวา นอนอยู่กับบ้าน ไม่ใช่เหตุบังเอิญ แต่เป็นอัศจรรย์ที่พระจัดเตรียมไว้สำหรับคุณตา
วันศุกร์ที่ ๓ กันยายน เก้าโมงเช้า พระให้ผมขับรถเข้ามาในวัด เพื่อจะบอกติ๊ก ขอให้คุณพ่อไปส่งศีลฯ ให้กับคุณตาประสาทด้วย แต่คุณพ่อปลัดวัดคนใหม่ขับรถไปส่งศีลฯแล้วตั้งแต่เช้า คุณครูสุนีย์และคุณครูองุ่นชวนให้ผมสวดพระเมตตาจนถึงสิบโมงเช้า ผมจึงขับรถออกจากวัดไปเยี่ยมคุณตา ซึ่งเป็นเวลาเดียวกันกับที่คุณตากลับมาจากไปทำแผลโรงพยาบาลพอดี นี่ไม่ใช่เหตุบังเอิญ แต่เป็นอัศจรรย์

ขณะที่ผมกำลังออกมาจากบ้านคุณตาจากท้ายซอย ๑  คุณพ่อปลัดก็กำลังกลับวัดจากทางหัวซอย ๑ พระให้คุณพ่อเลี้ยวเข้ามาทางซอยบ้านคุณตา ในเวลาเดียวกันกับที่ผมออกมาจากบ้านคุณตา และเจอกันพอดีที่ตรงเยื้องหน้าบ้านคุณตา นี่ไม่ใช่เหตุบังเอิญ แต่เป็นอัศจรรย์ คุณตาจึงได้รับศีลมหาสนิท ตามพระประสงค์ของพระเป็นเจ้า
จงร้องบทเพลงใหม่สรรเสริญพระเจ้า เพราะพระองค์ได้ทรงทำสิ่งมหัศจรรย์ (สดุดี ๙๘:๑)

(สารวัดธรรมาสน์นักบุญเปโตร วันอาทิตย์ที่ ๕ กันยายน ๒๐๑๐)

 8 
 เมื่อ: Ѹ¹ 06, 2010, 02:58:51 PM 
เริ่มโดย diakonos - กระทู้ล่าสุด โดย diakonos
ประการแรก ผมต้องขอขอบคุณ คุณลุง Petervich ซึ่งผมขออนุญาตเรียกว่าคุณลุงคงพอจะได้
เพราะเท่าที่ได้ติดตามอ่านกระทู้มากมายของคุณลุง นี่นับเป็นกระทู้แรกที่ได้ตั้งขึ้นละได้สนทนากัน ขอบพระคุณครับ...

อันที่จริง ผมเองคิดอยู่เสมอว่า ในฐานะฆราวาส เราสามารถรับใช้พระศาสนจักรได้ดีอยู่แล้ว
ทั้งในฐานะของเด็กช่วยมิสซา ผู้อ่านบทอ่าน คนเก็บถุงทาน และโดยอาศัยศีลล้างบาป เราเองก็ได้มีส่วนร่วมในพระสังฆภาพของพระคริสต์

แม้ว่าพระศาสนจักรไทย จะไม่มีการสถาปนาสังฆานุกรถาวรในประเทศไทย แม้ในช่วงชีวิตของผมก็ตาม
ผมก็ไม่ได้เสียใจแม้แต่น้อยนิดครับ เพราะเพียงแค่ผมมีความรู้สึกอย่างมีส่วนในสังฆภาพสังฆานุกร ผมก็มีความสุขแล้ว
ไม่จำเป็นต้องได้รับการบวชก็ได้ครับ ผมเองคงไม่มีปัญญาอะไรไปผลักดันเรื่องในแน่ๆ
อีกอย่าง ผมเองก็ระลึกถึงพระเมตตาของพระและขอบคุณพระทุกเมื่อ ที่ผมมองที่แหวนสมรสที่ได้รับการเสก

ผมเพียงหวัง..หวังว่า พระศาสนจักรในประเทศไทย จะต้องการคนแบบผม ซึ่งน่าจะมีอีกมากมายที่ไม่ได้เปิดเผยตัวออกมา
แม้แต่บรรดาเณรที่ได้ออกจากบ้านเณร เพราะเรื่องอะไรก็ตามแต่....
ผมว่าบางที "เค้ามีแผลในใจ" เค้ารู้สึกอายที่จะเข้าวัด พบเจอผู้คนที่มองเค้าด้วยสายตาแห่งความผิดหวัง หลายคนหายไปเลย??
มิใยที่จะกล่าวถึงบรรดาพระสงฆ์ ที่เรามักเรียกว่า "สึก" ออกไป ผมรู้จักท่านเหล่านั้นหลายท่าน เช่นเดียวกับอดีตเณรหลายคน
ผมเชื่อ่า เค้าหลายคนอยากมีส่วนร่วมอภิบาลประชากรของพระ ในฐานะที่เขาก็เป็นประชากรคนหนึ่งด้วย

พระศาสนจักรไทย อันไม่ได้หมายถึงเพียงบรรดาพระสังฆราช พระสงฆ์ สังฆานุกร หรือนักบวช แต่รวมถึง ประชาสัตบุรุษ
คงยังยึดติดอยู่กับค่านิยมความบริสุทธิ์ "ผู้คน" คงอาจจะตะขิดตะขวงใจ ถ้าต้องรับศีลมหาสนิทจากมือของผู้ไม่ได้เป็นสงฆ์
หรือผู้เตรียมตัวจะเข้าสู่ศักดิ์สงฆ์ มันก็คงเหมือนกับเราเห็นเด็กช่วยมิสซาผู้หญิงอยู่พระแท่นกระมัง??

ถ้าพระศาสนจักรไทย และพระศาสนจักรสากลมีความเข้มแข็ง มีอัตราการบวชพระสงฆ์มากมาย
ผมเองก็เป็นคนหนึ่งนะ ที่ไม่เห็นความจำเป็นของการสถาปนาสังฆานุกรถาวร
แต่ถ้าเลือกได้ ผมเองในฐานะที่เป็นประชากรคนหนึ่ง อยากถูกเลือกจากพระ
มากกว่าที่จะถูกเลือกโดยเพียงแค่ผู้ใหญ่ในพระศาสนจักรเห็นว่าขาดแคลน....

ขอบคุณอีกครั้งครับ และอยากให้กระทู้นี้มีไปเรื่อยๆ อีกซัก 10 ปีก็ได้
ผมใจจดใจจ่อที่จะได้อ่านข้อความทุกข้อความครับ...

Diakonos "one who serves"

 9 
 เมื่อ: Ѹ¹ 06, 2010, 12:18:55 PM 
เริ่มโดย diakonos - กระทู้ล่าสุด โดย Petervich
 ยิ้ม เจ๋ง          คุณ diakonos คงรออ่านรายละเอียดจากคำตอบของคุณพ่อ Anthony ด้วยใจจดใจจ่อ  แต่ขอเรียนจริงๆว่าท่านไม่ค่อยว่าง  และแม้จะว่างก็คงตอบเกี่ยวกับสังฆานุกรถาวรไม่ได้มากตามที่คุณอยากทราบ  เพราะว่าสภาพระสังฆราชไทยนั้นดูจะเดินตามสภาพระสังฆราชฟิลิปปินส์เป็นหลัก ในการกระทำใดๆเกี่ยวกับงานของพระศาสนจักร  เท่าที่ทราบ หลังการตายของสังฆานุกรลูกา แจ้ง สมงามแล้ว  ก็ไม่มีความประสงค์จะให้มีการรับสมัครและจัดการศึกษาอบรมสังฆานุกรถาวรในประเทศไทยอีกเลย  อาจเป็นเพราะมีความยุ่งยากหลายประการตามที่ผมได้ข้อมูลมากจากสังฆานุกรถาวรของออสเตรเลีย ก็เป็นได้  หรือคิดกันว่าไม่มีสังฆานุกรก็มีผู้ช่วยงานพระศาสนจักรอยู่แล้ว  โดยการเคี่ยวเข็ญเอาคนสูงอายุชายหรือหญิงที่อยู่ว่างๆ ให้อาสามาช่วยงานวัดไปพลางๆ งานทุกอย่างก็เดินไปได้  คงคิดแบบที่ผมเดาใจนี่กระมังครับ

        เอางี้ครับ ผมได้ข้อมูลพอสมควรเกี่ยวกับการที่วาติกันได้พยายามออกเกณฑ์ใหม่ในการที่จะให้สังฆมณฑลต่างๆในโลกคาทอลิก หันมาฟื้นคืนสภาวะสังฆานุกรถาวร จากเอกสารที่ชื่อว่า Ratio fundamentalis institutionis diaconorum permanentium ซึ่งเป็นความร่วมมือของ 2 หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับศีลขั้นสังฆานุกร คือ Congregation for Catholic Education และ Congregation for the Clergy  เร็วๆนี้ถ้าไม่มีใครเสนอผมจะนำมาอธิบายให้ฟังครับ

         ตอนนี้อ่านเรื่องเกี่ยวกับสังฆานุกรถาวรของประเทศอื่นไปก่อน  เนื้อหาใช้ได้กับเรื่องที่คุณอยากทราบแน่นอนครับ  ตั้งใจอ่านหน่อยก็แล้วกัน  อ่านจบแล้วอย่าเพิ่งถามอะไร ใจเย็นๆก่อนนะคุณ diakonos สงสัยจะมีกระแสเรียกชัดเจนจริงๆ

                                       สังฆานุกรถาวรออสเตรเลีย

(เขียนถึงคนชื่อ Ariel)

        ผมคือสังฆานุกร Leoncio Decena สังฆานุกรฟิลิปปินจากสังฆมณฑล Peramata NSW Australia  น่าสงสารที่ว่าสถานะสังฆานุกรถาวรไม่ได้รับการฟื้นคืนเป็นขั้นศีลผู้อภิบาลในพระศาสนจักรลาตินในฟิลิปปินส์  การศึกษาที่ทำโดยสภาพระสังฆราชฟิลิปปินส์(CBCP)พบว่า การฟื้นคืนสภาวะสังฆานุกรถาวรในฟิลิปปินส์นั้นยังไม่คิดทำกัน นั่นก็ 37 ปีมาแล้ว

        ถ้าคุณรู้สึกรุนแรงว่าตนมีกระแสเรียกเป็นสังฆานุกร ผมว่าคุณหรือใครก็ตามควรเริ่มเขียนจดหมายถึงพระสังฆราชสังฆมณฑลของคุณได้แล้ว  ถ้าคุณเริ่มเขียนส่งไป ก็ต้องพร้อมที่จะกระโดด”ข้ามรั้ว”(กรีฑาชนิดหนึ่ง)และการทดลองต่างๆ  มันจะมาแบบไม่เจ็บปวดคงไม่ใช่  ผมมีโอกาสในปี 2005 สนทนากับพระอัครสังฆราช Capalla (ตอนนั้นท่านเป็นประธานสภาพระสังฆราชคาทอลิกฟิลิปปินส์ CBCP) และสอบถามถึงความอาจเป็นไปได้ในการสถาปนาสถานภาพสังฆานุกรถาวรในฟิลิปปินส์ และได้เสนอตัวช่วยงานถ้าจำเป็น  โชคไม่ดี คำตอบเป็นทำนองลบ และก็เลยยังคงเป็นเวลานาน...นานมากก่อนจะมีการพิจารณา  แต่ผมเชื่อว่า ถ้าคุณและคนอื่นแบบคุณจะจริงใจ เสนอตนที่จะบวชสู่สภาวะสังฆานุกร คุณสามารถเสนออะไรมากมายเพื่อชีวิตของพระศาสนจักรในฟิลิปปินส์ เป็นพิเศษที่จะเป็นประจักษ์พยานว่าคุณนั้นสมรสแล้ว.

        อีกอย่างหนึ่งที่คุณจำเป็นต้องพิจารณาคือด้านการเงิน  ไม่มีรายรับจากการทำงานของคุณนะครับ  การจัดการของผมในสังฆมณฑล(ที่ออสเตรเลีย)คือว่า ผมไม่ใช่ผู้อภิบาลที่รับเงินเดือนค่าตอบแทนจากสังฆมณฑล เพราะผมยังคงทำงานเต็มเวลาที่ได้รับค่าจ้าง.  อย่างไรก็ตาม ผมได้รับค่าตอบแทนสำหรับค่าใช้จ่ายในการปฏิบัติงานบ้าง  แต่ก็มีหลายครั้งที่ผมไม่ได้เรียกร้องค่าตอบแทน  เหตุผลของผมคือ พระเป็นเจ้าผู้เป็นนายที่ดีคงไม่ปล่อยให้ผมอดตาย  ทุกเซนต์(เงินออสเตรเลีย)ที่ผมใช้เพื่อการปฏิบัติงาน ก็มีอะไรบางอย่างกลับมาหาผมในหลายทาง และเรื่องเงินเลยเป็นเรื่องเล็กน้อยสำหรับผม จริงๆครับ

        สภาวะสังฆานุกรที่นี่ในออสเตรเลียยังคงพัฒนาต่อไป และยิ่งได้รับการยอมรับกว้างขวางมากขึ้น จากทั้งนักบวชและฆราวาส

        ผมขอกระตุ้นส่งเสริมคุณด้วยความจริงใจ ถ้าคุณรู้จักคนอื่นด้วยซึ่งรู้สึกในตนว่ากำลังถูกเรียกไปเป็นสังฆานุกรถาวร  ให้แสวงหาการสนับสนุนจากพระสังฆราชท้องถิ่นของคุณเพื่อสถาปนาสังฆานุกรถาวรในฟิลิปปินส์  ถ้าปราศจากคนเช่นคุณที่จะริเริ่ม คิดว่านี้จะไม่เกิดขึ้นเลย  พระศาสนจักรต้องฟังเสียงประชากรของพระองค์แน่นอน.

สวัสดีครับ

สังฆานุกรถาวร Leon Decena

และก็มีข้อเขียนของคุณ Paul Simmons เติมเสริมรายละเอียดดังนี้ :

ขอทักทายคุณ Ariel :

        ที่พูดกันมานั้น โดยพื้นฐานถูกต้องแล้ว  มีหลายสังฆมณฑลในออสเตรเลียที่สังฆานุกรถาวรได้รับการรื้อฟื้นคืนมา  และหลายสังฆมณฑลกำลังพิจารณาการรื้อฟื้นเร็วๆนี้  บางสังฆมณฑลมีวิธีปฏิบัติต่างกันในเรื่องการให้การศึกษาอบรม(Formation) เป็นกฎนะครับ ปริญญาตรีทางเทววิทยาจำเป็นต้องมีสำหรับผู้สมัครเป็นสังฆานุกร ปริญญานี้ใช้เวลา 3 ปีศึกษาเต็มเวลา  หรือนอกเวลาก็ 9 ปี เพิ่มจากปริญญาดังกล่าว ผู้สมัครต้องต้องรับการศึกษาอบรมอีก 4 ปี  เพื่อจะรับเข้าโครงการศึกษาอบรมในออสเตรเลียคุณต้องมี Working Visa มีที่พำนักถาวรและมีงานทำ  ตัวแบบสังฆานุกรถาวรปัจจุบันในออสเตรเลียนั้นจะไม่มีการรับเงินตอบแทน-เงินเดือน  ดังนั้นสังฆานุกรถาวรต้องสามารถเลี้ยงตนเองและสนับสนุนครอบครัวของตน

        เพิ่มเติม  คุณจำเป็นต้องเข้มในการมีส่วนร่วมงานอภิบาลของวัดบางอย่างในออสเตรเลีย เพราะว่าอย่างน้อย 12 ถึง 14 เดือน( 2 ปี)ก่อนรับเข้าเป็นผู้สมัครทดลอง(aspirant) คุณคงต้องการการนำทางฝ่ายวิญญาณ และรับการมองการไกลด้วยการภาวนาเพื่อช่วยการพิจารณามโนธรรม ถ้าพระเป็นเจ้าเรียกคุณมาสู่กระแสเรียกนี้  คุณควรต้องสนับสนุนพระสงฆ์เจ้าอาวาสของวัดคุณ ความเชื่อและความศรัทธาของชุมชน และสำหรับผู้ทดลองที่มีครอบครัวต้องสนับสนุนภรรยาและลูกของตนด้วย  ถ้า...หลังการมองการไกลอย่างระมัดระวังและด้วยการภาวนาโดยตัวคุณเองและทีมงานให้การศึกษาอบรมแล้ว  คุณได้รับสู่โครงการศึกษาอบรม  ก็ต้องใช้เวลาอีกอย่างน้อย 4 ปี

        ถ้าคุณประสงค์อยากได้ข้อมูลมากกว่านี้เกี่ยวกับสังฆานุกรถาวร หรือข้อมูลของสังฆมณฑลที่รับสังฆานุกรถาวร หรือกำลังรื้อฟื้นสภาวะสังฆานุกรถาวร โปรดติดต่อผม...

Rev Deacon Paul Simmons
National Coordinator Permanent Diaconate – Australia
Catholic Presbytery
92 Glennie St., Nth Gasford , NSW, 2250
Australia

                         AMDG   ------    Alan   Petervich

 10 
 เมื่อ: Ѹ¹ 04, 2010, 10:33:33 PM 
เริ่มโดย diakonos - กระทู้ล่าสุด โดย Petervich
 ฮืม เจ๋ง               สังฆานุกรถาวร หรือ Permanent Deacon

สังฆานุกรนั้นเป็นขั้นศีลบวชก่อนบรรพชาเป็นพระสงฆ์  ตามกฎหมายใหม่ของพระศาสนจักรคาทอลิกนั้น  ไม่มีขั้นบวชเป็น Subdiaconus (Subdeacon) แต่กำหนดให้ผู้จะบรรพชาเป็นพระสงฆ์ให้บวชเป็นสังฆานุกร(Diaconus หรือ Deacon)ก่อน  ฉะนั้น  ที่สามเณราลัยใหญ่สามพรานจึงมีการบวชสังฆาณุกร เพื่อเตรียมบวชเป็นพระสงฆ์ทุกปี

          ส่วนสังฆานุกรถาวรหรือที่เรียกกันว่า Permanent Deacon นั้น  ในประเทศคาทอลิกอื่นๆยังมีผู้สมัครบวชอยู่จำนวนไม่น้อย  แต่น่าเสียดาย  ในประเทศไทยขณะนี้ ผู้ใหญ่ของพระศาสนจักรคาทอลิกประจำถิ่นหรือพระสังฆราช ประมุขสังฆมณฑลต่างๆ ไม่อนุญาตให้มีการบวชสังฆานุกรถาวร โดยไม่แสดงเหตุผลชัดเจน  ดังนั้น ข้อมูลที่ได้มาขณะนี้เปิดเผยได้ว่า คาทอลิกไทยเคยมีสังฆานุกรถาวรหรือ Permanent Deacon เพียงคนเดียวและเสียชีวิตไปนานแล้ว  จึงไม่มีสังฆานุกรถาวรในประเทศไทยอีกเลย  ข่าวยูแคน(UCAN)ปี 2007 แจ้งว่าฆราวาสที่บวชเป็นสังฆานุกรถาวรคือ ลูกา แจ้ง สมงาม (Luka Chaeng Somngarm)นับเป็นสังฆานุกรตลอดชีพ  ตอนเสียชีวิตนั้นอายุ 84 ปี  ปกติตามกฎหมายพระศาสนจักรนั้นสังฆานุกรจะแต่งงานไม่ได้  แต่สังฆานุกรแจ้งแต่งงานและมีบุตร 10 คนเมื่อ 17 ปีมาแล้ว  ลูกา แจ้งปฏิบัติงานช่วยพระศาสนจักรที่อัครสังฆมณฑลท่าแร่-หนองแสง  มีบุตรที่บวชเป็นพระสงฆ์องค์หนึ่งคือคุณพ่อไพโรจน์ สมงามที่กล่าวว่า บิดาเป็นสังฆานุกรถาวรหนึ่งเดียวของคาทอลิกไทยและเชื่อว่าเป็นคนสุดท้ายด้วย เพราะจะไม่มีสังฆานุกรถาวรอีกแล้วในวงการศาสนจักรคาทอลิกไทย

          ท่านที่สนใจเรื่องสังฆานุกรและต้องการทราบรายละเอียด โปรดคลิ๊กเข้าอ่านประมวลกฎหมายพระศาสนจักร บรรพ ๔ หน้าที่ทำให้ศักดิ์สิทธิ์ของพระศาสนจักร ลักษณะ ๖ ศีลบรรพชา  ในนั้นจะมีรายละเอียดที่ท่านต้องการทราบครบครัน  ลองหาอ่านดูนะ – ครับ

          และตามที่คุณ Diakonos ทราบข้อมูลเลาๆเรื่องของสังฆานุกรถาวรนั้น ถูกต้องแล้ว เพียงแต่ว่าผู้ที่สมัครและได้รับพิจารณาจากคณะกรรมการสังฆมณฑลให้สมัครได้นั้น  ต้องเข้ารับการอบรมเหมือนผู้เตรียมตัวเป็นพระสงฆ์  คือต้องเข้าศึกษาที่บ้านเณรใหญ่จนครบกระบวนการการเรียน  ที่สำคัญ ภรรยาคุณต้องเป็นคนดีและอนุญาตด้วยความเต็มใจให้คุณเป็นสังฆานุกรตลอดชีพ  ที่ว่าตลอดชีพเพราะบวชแล้วสึกไม่ได้นะครับ  ยัง....ยังมีองค์ประกอบอีกมาก  รออย่างเดียวว่า ผู้ใหญ่ของพระศาสนจักรไทยยังจะยินยอมให้มีสังฆานุกรถาวรหรือเปล่า นั่นคือประเด็นสำคัญครับ

                  รายละเอียดอื่นๆต้องรอคำตอบจากคุณพ่อ Anthony แล้วละครับ.

                         Ad Majorem Dei Gloriam
                                Alan  Petervich

หน้า: [1] 2 3 ... 10
Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.11 | SMF © 2006-2009, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!